ยินดีต้อนรับทุกๆท่านค่ะ ขอบคุณที่มาเยือน

ร่วมให้กำลังใจ เพื่อนๆ สมาชิก โดยการ Comment ภาพที่เขา Post มากันหน่อยก็ดี นะคะ !!
Add a comment.

จำนวนผู้เยี่ยมชมหน้าเว็บรวม

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

ใครว่าไม่จริง....มุมมองที่แตกต่าง


* ใครว่าไม่จริง *

ถ้ามีใครสักคนมาบอกเราว่า " สังคมไม่มีปัญหา? "

คุณคิดอย่างไรกับคำถามนี้???????

แน่นอนล่ะ มีคำตอบมากมาย....และแต่ละคำตอบไม่เหมือนกันแน่ๆ

เพราะอะไรน่ะหรือ ก็คนเรามีมุมมองที่ต่างกัน

แม้อุดมคติจะตรงกันก็ตามเถอะ ไม่มีทางเหมือนกัน

บางคนอาจจะเถียง.....

บางคนอาจจะเห็นด้วย และขณะเดียวกัน

บางคนไม่เคยสนใจเสียด้วยซ้ำ เพราะมองแต่ปัญหาของตัวเอง.



ประพันธ์โดย : วจีศิลป์


วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

ทางสู่ฝัน


ทางสายไหมสู่ดวงดาว

เป็นเส้นยาวโปรยด้วยดอก

มีมากมายตามลานนอก

แค่อยากบอกคือสายฝัน


สายวิมานที่อยู่หมู่นางฟ้า

เหล่าดาราพาเฉิดฉัน

เดินเที่ยวชมดมดอกกัน

ทุกคืนฝันเป็นเช่นนี้เอง


อักษร วจีศิลป์......220454

วิถีชีวิต

@....วิถีชีวิต....@
 ตื่นเช้า.....มาหดหู่
ฉันไม่รู้.....จะทำยังไง
งานหนัก.....มากไปไหม
ทำไมไม่.....หมดเสียที

ถามตัว.....เราเองว่า
มาทำซ่าส์.....อะไรนี่
ฉันอยู่.....มาเป็นปี
อีกนาที.....คงเบื่อตาย

มาทำ.....งานซ้ำซาก
ดูเหมือนจาก.....สิ่งทั้งหลาย
นั่งทำงาน.....เช้าสาย
มันวุ่นวาย.....กันเสียจริง

วันนี้น่า.....เบื่อหน่าย
ดูใจหาย.....หน่ายทุกสิ่ง
มองคน.....ที่ลุกวิ่ง
เหมือนผีสิง.....ลิงทโมน

บ้างถกเถียง.....เสียงดัง
บ้างลุกนั่ง.....ดูโชกโชน
บ้างก้มหน้า.....บ่นหยาบโลน
บ้างลุยโคลน.....มาทำงาน

เสียงฝนตก.....โปรยปลาย
ลงเป็นสาย.....ในเมื่อวาน
เช้านี้ยัง.....พลุกพล่าน
มาทำงาน.....กันเหมือนเดิม


รอเธอกลับมา


@...รอเธอกลับมา…@

เธอจากไป.....ใจห่วง.....หาแต่เธอ
นอนละเมอ.....คิดถึง.....อยู่ไม่หาย
อีกเมื่อไหร่.....จะกลับ.....ไม่เดียวดาย
รอเช้าสาย.....บ่ายเย็น.....ฉันจะรอ

นับคืนวัน.....ผ่านพ้น.....มาหลายครั้ง
รอความหวัง.....ครั้งใหม่.....ที่จะขอ
ขอความรัก.....จากเธอ.....ที่เฝ้าจอง
เป็นเจ้าของ.....หัวใจ.....เธอผู้เดียว

อีกกี่วัน.....กี่ปี.....เธอมาหา
นับเวลา.....ที่จาก.....ไม่แลเหลียว
ปล่อยอ้างว้าง.....เดียวดาย.....เสียจริงเชียว
ไม่เคยเลี้ยว.....หันกลับ.....เหมือนเช่นเคย


บางอารมณ์..คนกลอน


 *** บางอารมณ์..คนกลอน ***

เธอจากไป.....ใจห่วง.....หาแต่เธอ

นอนละเมอ.....คิดถึง.....อยู่ไม่หาย

อีกเมื่อไหร่.....จะกลับ.....ไม่เดียวดาย

รอเช้าสาย.....บ่ายเย็น.....ฉันจะรอ




หากมีรัก.....สักนิด

คงไม่ผิด.....ที่จะรัก

หากรักนั้น.....ไม่รู้จัก

ฉันขอพัก.....รักการเรียน




โลกนี้จะ.....สวยงาม

ฉันขอถาม.....อะไรอย่าง

เธอมีใคร.....ที่มาค้าง

หรือว่าอ้าง.....เอาเสียเอง




ลงทุนมา.....หาเธอ

แต่ไม่เจอ.....เธอไปไหน

ช่วยบอก.....อย่าหลอกใจ

ฉันสงสัย.....ในวาจา




ตะวันทอ.....แสงอ่อน

ตะวันรอน.....ร้อนในใจ

ตะวันคล้อย.....ลงไป

ตะวันไหล.....เคลื่อนลับดอย




ภูเขาสูง.....เสียดฟ้า

หมู่นกกา.....ออกหากิน

เช้าและสาย.....กลับถิ่น

ผึ้งโผผิน.....กลับรังมัน




 ดอกรักเร่.....เร่รัก

เห็นดอกรัก.....ใกล้บึงบัว

สองหนุ่มสาว.....ชวนหัว

เกาะเกี่ยวตัว.....ล้อเล่นกัน


เส้นชีวิตที่เปลี่ยนผัน


*** เส้นชีวิตที่เปลี่ยนผัน ***

เช้าวันที่สดใส....เด็กหญิงคนหนึ่ง

ได้พาชีวิตตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งไปยังหนองน้ำ

มันคือปลาแสนสวย.....

ที่เด็กหญิง น่ารัก ผู้นี้นำมาเลี้ยงไว้นานแล้ว

แต่แล้ววันหนึ่ง......เธอจำเป็น...ต้องตัดสินใจ

ทำอะไรสักอย่างหนึ่ง...แม้ว่าในใจลึกๆแล้ว

ไม่อยากทำ...แต่ทว่า...ความจำเป็นบางอย่าง

ที่ทำให้เด็กหญิงน้อยผู้นี้...ต้องตัดสินใจ

ในความรู้สึกรัก สงสาร ระคนกันนั้น....

เด็กน้อยผู้นี้...ถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้ม

เพราะการที่ต้องจากสิ่งอันเป็นที่รักไปนั้น

ทำให้เด็กน้อยผู้นี้...นั่งซึมเศร้า...

อาลัย ปลาน้อยแสนสวย ตัวนั้น

เธอได้ร่ำลา....ด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วย

ความรัก ความเมตตา ความสงสาร.....

และด้วยสำนึกถึง.....ความมีอิสระภาพ

ทำให้เด็กน้อยผู้นี้.....รู้ว่าการที่เราได้กักขัง

ชีวิตสัตว์ชีวิตหนึ่งนั้น.....ชีวิตของปลาแสนสวยตัวนี้

ก็คงไม่ต่างอะไรกับ.....มนุษย์ที่ขาดอิสระภาพ

ความทุกข์ทน ทรมานย่อมมีขึ้น.....

เมื่อคิดได้เช่นนั้น...เด็กน้อยผู้นี้จึงได้ตัดสินใจ

และได้นำปลาแสนสวย ตัวนี้มาปล่อยที่บึง...

ด้วยจิตใจที่ไม่เศร้าหมอง และไม่เหลือความอาลัย

จากใบหน้าของเด็กน้อยผู้นี้อีก.....

แต่เต็มเปี่ยมไปด้วย.....ความรัก

ความยินดีในอิสระภาพของปลาตัวนี้

และเธอหวังอย่างยิ่งว่า สักวันเธอจะเห็น

ลูกหลานของปลาแสนสวยตัวนี้

เต็มหนองน้ำ..ในอนาคต

เธอเดินยิ้มกลับบ้านด้วยใบหน้า

ที่อิ่มเอม และมีความสุข......


ใบลาน

คืนนี้ฝันดี

(ขอบคุณภาพจาก internet นะคะ)

" คืนนี้ฝันดี "

...คงไม่ต้องถามว่าทำไม

คำนี้ถึงใช้กันบ่อย และเป็นที่นิยม

มันเป็นคำที่ทุกคน ถือว่าติดปาก

ระหว่างใครน่ะหรือ....

หนุ่มสาว เด็กรุ่น เด็กวัยเรียน...

มากมายเลยทีเดียว....

ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ....ทุกเพศวัย

ที่มีความรัก ความผูกพันธ์ มีสายใยซึ่งกันและกัน

มักจะคุ้นเคยกับคำคำนี้ " คืนนี้ฝันดี " 

หรือ อาจจะให้หวานซึ้งอีกนิด " คืนนี้ฝันดีที่รัก "

ฟังดูแล้วรู้สึก โรแมนติค ทราบซึ้งในหัวใจ

ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น อย่างบอกไม่ถูก......

.........ไม่แปลกหรอกนะคะ ที่คำนี้

จะเป็นที่นิยม และพูดในสถานการณ์

ที่ทั้งสองจะต้องจากกัน...ในคืนหนึ่ง

แต่ไม่ใช่การลาจาก...ที่ไม่มีวันกลับมา

" คืนนี้ฝันดี " เบาๆ ลึกซึ้ง กินใจผู้ฟัง

มันเป็นการแสดงออกถึง...คนสองคน

ที่มีความใกล้ชิด...หรือว่าอะไรกันแน่

ซึ่งผู้เขียนก็ไม่อาจบอกได้.......

เพราะ ณ ปัจจุบัน หรือเวลานี้..

คำนี้ กลับเป้นที่นิยม ในกลุ่มของทุกเพศ

ทุกวัยไปเสียแล้ว......

เช่นกันนะคะ...ผู้เขียน ก็คงอยากจะบอกว่า

" คืนนี้ฝันดี " เช่นกัน.....

แล้วมาพบกันอีกนะคะ....


...ใบลาน

ความทรงจำ.........กับวัยซน


..... ความทรงจำ...กับวัยซน...

เช้าวันหยุดที่แสนจะวิเศษ กับบรรยากาศอันแสนจะอบอุ่น

วันหนึ่ง พี่สาวที่น่ารักได้มาชวนกิ่งแก้ว ไปเที่ยวสวนฟักทอง

ซึ่งไร่ฟักทองนี้ ได้อยู่ไกลจากบ้านไปประมาณสิบกว่ากิโลเมตร

พี่สาวได้ขับรถมอเตอร์ไซด์มารับที่หน้าบ้าน

กิ่งแก้วรู้สึกตื่นเต้น เพราะที่นั่นอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยต้นไม้

ที่ชาวสวนได้พร้อมใจกันปลูกและ อนุรักษ์เอาไว้ด้วย

พี่สาวได้เตรียมอาหาร ของใช้ที่จำเป็นมาเต็มกระเป๋า

กิ่งแก้ว วิ่งมาทักทายพี่สาวที่ใจดี น่ารักทันที

แล้วกระโดดขึ้นนั่งซ้อนท้ายรถไป อย่างมีความสุข

ในใจนึกฝันหลายอย่าง เมื่อไปถึงไร่ฟักทอง

" ฉันจะทำอะไรก่อนดีนะ...? " กิ่งแก้วยิ้มกับตัวเอง

พูดคุยกับพี่สาวไปด้วยตลอดระยะทางที่ผ่าน

บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอาย...ความบริสุทธิ์

ของแมกไม้ที่เขียวไปทั้งสองฝั่งถนน.......

ได้พบเห็นวิถีชีวิตของชาวไร่ ชาวนา..

กิ่งแก้วรู้สึกตื่นเต้น และดีใจ.......

เมื่อไปถึงไร่ฟักทอง กิ่วแก้วกับพี่สาว

ได้ลงไปสำรวจ ต้นฟักทองที่พี่สาว

ปลูกเอาไว้ พี่สาวเป็นคนขยัน...อดทนอย่างมาก

กิ่งแก้วนึกชื่นชมพี่สาว และมองด้วยความรัก

บริเวณในไร่ฟักทองมี วัชพืชขึ้นเล็กน้อย...

แต่ก็ไม่ได้เป้นปัญหาอะไร....มีสัตว์ตัวเล็ก

ตัวน้อยมากมาย เท่าที่กิ่งแก้วได้สังเกตเห็น

ต้นฟักทองแต่ละต้น มีความสมบูรณ์....

ออกผลเล็กเต็มทุกต้น พี่สาวมาดูเกือบทุกวัน...

ฉันก็มาด้วยในบางครั้ง.......

ทันใดนั้นเอง กิ่งแก้วได้เหลือบเห็นตัวอะไร

เล็กๆ ตัวมันสีสันสวยงาม และก็แปลก

กิ่งแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่ามันเป็นตัวหนอนผีเสื้อน่ะเอง

กิ่งแก้วเดินดูรอบๆบริเวณไร่ฟักทอง...พี่สาวได้เก็บผลกับยอด

ไปด้วย

หลังจากที่พี่สาวได้เสร็จธุระเรียบร้อยแล้ว....

เรามาเที่ยวจนถึงเย็น..และได้เวลากลับบ้าน

กิ่งแก้วดีใจที่จะได้กลับบ้าน ขณะเดียวกันก็คิดถึงไร่ฟักทอง

เพราะว่า ที่นั่นเต้มไปด้วยธรรมชาติที่พวกชาวไร่ชาวสวนได้

ปลูกมันขึ้นมา

และได้เห็นสัตว์ตัวเล็กมากมายหลายชนิด...

บางชนิดไม่เคยเห็นก็มี.....

กิ่งแก้วกลับบ้านพร้อมพี่สาวและได้เก็บยอดฟักทอง

กลับบ้านไปเป็นอาหารเย็นอีกด้วย..........

เธอลาไร่ฟักทองในใจว่า " แล้วจะกลับมาอีกนะคะ "

ขอบคุณที่ให้ความสุขกับฉันในวันนี้ " 

กิ่งแก้วยิ้มกับตัวเองอย่างมีความสุขอีกครั้ง

และได้กล่าวกับพี่สาวอย่างแผ่วเบาว่า...

" หนูมีความสุขค่ะพี่สาว ขอบคุณสำหรับวันนี้ "

พี่สาวยิ้มรับด้วยใบหน้า อย่างมีความสุขเช่นกัน


เขียนโดย : อักษร วจีศิลป์
(ขอบคุณภาพประกอบจาก internet นะคะ)

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

การเกิดจันทรรุปราคา

 

จันทรุปาคา เป็นปรากฏการณ์ ที่โลกบังแสงดวงอาทิตย์ไม่ให้ไปกระทบที่ดวงจันทร์ ในบริเวณดวงอาทิตย์ในวันเพ็ญ ( ขึ้น 15 ค่ำ ) โดยโลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกไปบังดวงจันทร์ 

การเกิดจันทรุปราคา หรือเรียกอีกอย่างว่า จันทคราส คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันเพ็ญ ( ขึ้น 15 ค่ำ) เมื่อดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในระนาบเส้นตรงเดียวกับโลกและดวงอาทิตย์ทำให้เงา ของโลกบังดวงจันทร์คนบนซีกโลกซึ่งควรจะเห็นดวงจันทร์เต็มดวงในคืนวันเพ็ญจึง มองเห็นดวงจันทร์ในลักษณะต่างๆ เช่น “ จันทรุปราคาเต็มดวง” เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าไปในเงามืดของโลก จึงทำคนบนซีกโลกที่ควรเห็นดวงจันทร์เต็มดวง กลับเห็นดวงจันทร์ซึ่งเป็นสีเหลืองนวลค่อยๆ มืดลง กินเวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง จากนั้นจึงจะเห็นดวงจันทร์ เป็นสีแดงเหมือนสีอิฐเต็มดวง เพราะได้รับแสงสีแดงซึ่งเป็นคลื่นที่ยาวที่สุดและบรรยากาศโลกหักเหไปกระทบ กับดวงจันทร์ ส่วน “ จันทรุปราคาบางส่วน” เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามือของโลกเพียงบางส่วน จึงทำให้เห็นดวงจันทร์เพ็ญบางส่วนมืดลงและบางส่วนมีสีอิฐขณะเดียวกันอาจเห็น เงาของโลกเป็นขอบโค้งอยู่บนดวงจันทร์ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าโลกกลม

ผล กระทบ การเกิดจันทรุปราคาไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทาง ธรรมชาติเพราะเป็นช่วงกลางคืน แต่คนสมัยก่อนมีความเชื่อเช่นเดียวกับการเกิดสุริยุปราคา โดยเชื่อว่า “ราหูอมจันทร์” ซึ่งจะนำความหายนะ และภัยพิบัติมาสู่โลก คนจีนและคนไทยจึงแก้เคล็ดคล้ายกันเช่น ใช้วิธส่งเสียงขับไล่ คนจีนจุดประทัด ตีกะทะ ส่วนคนไทยก็เล่นกันก็ตีกะลา เอาไม้ตำน้ำพริกไปตีต้นไม้ เอาผ้าถุงไปผูกเพื่อล้างความโชคร้ายและให้ราหูโลกอมจันทร์” 

ที่มา : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/phichit/apichat_p/sec04p01.html
จัดทำโดย : วจีศิลป์

การเกิดสุริยุปราคา


สุริยุปราคา 
          เป็นปรากฏการณ์ ตามธรรมชาติ ที่ดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์ โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง ทำให้ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ และเงาของดวงจันทร์จึงตกมาบน บริเวณ ต่างๆ บนโลก 
สุริยุปราคาคืออะไร

          สุริยุปราคา หรือเรียกอีกอย่างว่า สุริยะคราส หมายถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่ดวงจันทร์หมุนรอบโลก แล้วโคจรมาบังดวงอาทิตย์ จึงทำให้โลกไม่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ช่วงขณะหนึ่ง โดยเงาของดวงจันทร์จึงตกมาบนโลก ทำให้บริเวณพื้นผิวโลกที่อยู่ใต้เงามืดของดวงจันทร์ เห็นดวงอาทิตย์มืดมิด เราเรียกว่า “สุริยุปราคาเต็มดวง” และบริเวณพื้นโลกที่อยู่ใต้เงามัวของดวงจันทร์ก็จะเห็นดวงอาทิตย์มืดเป็นดวง กลมโดยมีขอบสว่างล้อมรอบคล้ายวงแหวน เราเรียกว่า “วงแหวนสุริยุปาคา” ส่วนบางบริเวณก็เห็นดวงอาทิตย์มืดบางส่วนและสว่างบางส่วน เราเรียกว่า “สุริยุปราคาบางส่วน” 

          สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่ดวงจันทร์มักจะโคจรในระดับที่สูงหรือต่ำกว่าแนวระดับเดียวกัน ( แนวเส้นตรงเดียวกัน ) กับโลกและดวงอาทิตย์ ดังนั้นสุริยุปราคาจะเกิดขึ้นได้เมื่อดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ( ตรงกับแรม 14 – 15 ค่ำ )

          ผลกระทบ การเกิดสุริยุปราคามีผลกระทบก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทาง ธรรมชาติ เนื่องจากการที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลดแสงลงเนื่องจากดวงจันทร์บังแสงดวงอาทิตย์ ทำให้สัตว์ต่างๆพากันกลับรังเพราะนึกว่าถึงเวลากลางคืนเห็นได้ชัดก็คือ นกชนิดต่างๆ จะบินกลับรัง ส่วนคนก็พากันตื่นเต้นและเตรียมการเฝ้าดูในปัจจุบันความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีทำให้มนุษย์มีโอกาสเห็น และได้ศึกษาการเกิดสุริยุปราคา และเกิดบริเวณใดของโลก
วิธีดู เมื่อเกิดสุริยุปราคาไม่ควรดูด้วยตาเปล่า เพราะอาจทำให้ตาบอดหรือเป็นโรคตาได้ ควรใช้อุปกรณ์เป็นแผ่นฟิล์มถ่ายรูปขาวดำที่ใช้แล้ว นำมาซ้อนกัน 2 –3 แผ่น แล้วดูผ่านฟิล์มถ่ายรูป หรือใช้การมองผ่านกระจกที่รมควันให้แสงผ่านได้น้อยที่สุด


    

ที่มา : http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/phichit/apichat_p/sec03p01.html
จัดทำโดย :วจีศิลป์

สุภาษิต คำพังเพยและสำนวนไทย

สุภาษิต คำพังเพยและสำนวนไทย
@..... ญาติดี...// คนดีกัน

@..... เอาหูไปนา เอาตาไปไร่...// แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

Fantasy

Fantasy
ภาพสวยๆ 3 มิติ แปลกๆค่ะ คลิกๆ ได้เลยนะคะ

Fantasy

Fantasy
ภาพสวยๆแฟนตาซีที่คุณต้องชอบ